English ร่วมงานกับเรา ถาม-ตอบ ติดต่อเรา หน้าแรก

Hotline : (66)2 285 6326 - 32

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

  ดาวน์โหลด PDF การกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมเสมอมา ทางคณะกรรมการบริษัทได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 5 หมวดโดยอ้างอิงจากหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างองค์กรให้มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจอันจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทเชื่อว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะช่วยเพิ่มมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท สรุปได้ดังนี้

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุนสถาบัน โดยส่งเสริมให้มีการใช้สิทธิของตน เช่น 1) สิทธิในการได้รับใบหุ้นและสิทธิในการซื้อ รับซื้อคืนโดยบริษัทขายหรือโอนหุ้น 2) สิทธิในการมีส่วนแบ่งในผลกำไร/เงินปันผลของกิจการ 3) สิทธิในการพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาเป็นประจำทุกปี 4) สิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้ง และถอดถอนกรรมการ หรือ 5) สิทธิในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชี 6) สิทธิในเรื่องการตัดสินใจอื่นๆ ที่มีผลกระทบสำคัญต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนด หรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

  • ก่อนการประชุม
    ทางบริษัทได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุม และเอกสารประกอบรวมถึงหนังสือมอบฉันทะทั้ง 3 แบบ คือแบบทั่วไปซึ่งเป็นแบบที่ง่ายและไม่ซับซ้อน (แบบ ก) แบบที่กำหนดรายการต่างๆที่จะมอบฉันทะที่ละเอียดชัดเจนตายตัว (แบบ ข) และแบบที่ใช้เฉพาะกรณีผู้ถือหุ้นเป็นผู้ลงทุนต่างประเทศและแต่งตั้งให้คัสโตเดียน (Custodian) ในประเทศไทยเป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้น (แบบ ค) รวมทั้งเอกสารที่ต้องใช้ในการมอบฉันทะ และวิธีการใช้ให้ทราบโดยคำนึงถึงความถูกต้อง เพียงพอ และชัดเจนของข้อมูล แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้ามากกว่า 21 วัน รวมทั้งทางบริษัทได้มีการประกาศในเว็บไซต์ของบริษัท ล่วงหน้า 30 วันก่อนวันประชุม และติดประกาศหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมที่สำนักงานใหญ่ รวมถึงโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมในหนังสือพิมพ์ติดต่อกันเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 3 วัน ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 3 วัน

    บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเข้ารับพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2558 – 15 ธันวาคม 2558 โดยเปิดเผยหลักเกณฑ์และวิธีการบนเว็บไซต์ของบริษัท www.ifscapthai.com ภายใต้หัวข้อ “นักลงทุนสัมพันธ์” และ “ห้องข่าว” รวมทั้งช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการดำเนินการล่วงหน้าก่อนวันสิ้นสุดรอบบัญชี นอกจากนี้ทางคณะกรรมการถือนโยบายที่จะไม่เพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น

  • วันประชุมผู้ถือหุ้น
    การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2558 ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2558 ณ โรงแรม ดิ เอทัส ลุมพินี ซึ่งใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ามหานครสถานีลุมพินี (MRT) ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเดินทางของผู้ถือหุ้น รวมทั้งทางบริษัทได้เลือกห้องประชุมที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้อย่างเหมาะสม และเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง รวมทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ให้ความสะดวก รวมทั้งมีการจัดเตรียมอากรแสตมป์สำหรับผู้ถือหุ้นที่มีการมอบฉันทะมา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และบริษัทจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าร่วมประชุมของผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกท่านมีสิทธิเข้าร่วมประชุมตลอดระยะเวลาการประชุม

    ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมแนะนำคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร ผู้สอบบัญชีของบริษัทและที่ปรึกษาทางกฎหมาย แล้วชี้แจงถึงกฎ กติกาทั้งหมด รวมถึงวิธีการนับคะแนนเสียงในแต่ละวาระ ประธานฯ จะให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ รวมถึงคำถามที่มีในแต่ละวาระการประชุม หลังจากนั้น ประธานฯ และผู้บริหารจะทำการตอบข้อซักถามอย่างตรงประเด็น แล้วจึงให้ที่ประชุมออกเสียงลงมติในวาระนั้นๆ ตามลำดับโดยจะไม่เพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติให้เปลี่ยนลำดับวาระด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุม

    ในการประชุมทุกครั้งจะมีการจดรายงานการประชุมและสรุปด้วยการลงมติพร้อมกับนับคะแนนเสียง ซึ่งทางบริษัทใช้โปรแกรมการจัดประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรฐานของบริษัทและของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ในการลงทะเบียนและนับคะแนน เพื่อประสิทธิภาพความถูกต้องและความโปร่งใสต่อผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นสามารถเห็นคะแนนในแต่ละวาระได้ทันทีเมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้น

2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

คณะกรรมการบริษัทได้ตระหนักถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุนสถาบัน ในการประชุมแต่ละครั้งจะกำกับดูแลให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยผู้ถือหุ้นทุกรายจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวันประชุม และวาระการประชุมเป็นการล่วงหน้า โดยบริษัทจะดำเนินการเรียกประชุม จัดส่งเอกสารและแจ้งวาระการประชุมเป็นการล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด และเผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าไว้ที่เว็ปไซต์ของบริษัท (www.ifscapthai.com) ในหมวดนักลงทุนสัมพันธ์ก่อนที่จะจัดส่งเอกสาร จึงทำให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเชิญประชุม รายงานประจำปี ตลอดจนข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่จะเผยแพร่ให้ นักลงทุนได้รับทราบรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในการประชุมจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท และแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ มีการบันทึกการประชุมถูกต้องครบถ้วนเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระต่างๆ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนแบบหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียงโดยเท่าเทียมกัน และการเลือกตั้งกรรมการ บริษัทจะจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยผู้ถือหุ้นสามารถแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆให้กับบริษัทผ่านช่องทางการสื่อสารกับนักลงทุนสัมพันธ์ และในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทในแต่ละครั้ง รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสามารถมอบอำนาจให้กรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ท่าน หรือผู้รับมอบอำนาจเป็นตัวแทนในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งทางบริษัทจะปฏิบัติต่อผู้รับมอบฉันทะเสมือนเป็นผู้ถือหุ้นท่านหนึ่ง

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายปฏิบัติตามข้อบังคับของบริษัท กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คณะกรรมการให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น ตลอดจนกำหนดให้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันการทำรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายห้ามกรรมการและผู้บริหารนำข้อมูลภายในของบริษัท ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปเปิดเผยหรือใช้ซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ตามสิทธิที่ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม รวมถึงไม่กระทำการใดๆอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ด้วย และเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในปี 2558 บริษัทได้จัดทำนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้ยึดถือปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ และได้แสดงเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตโดยเข้าเป็นสมาชิกในแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้านการทุจริต (Private Sector Collective Action Against Corruption) (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น” บนเว็บไซต์ของบริษัท) โดยบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียต่อองค์กร สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น:บริษัทปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส รายงานสถานภาพและแนวโน้มในอนาคตขององค์กรให้รับทราบตามความเป็นจริงอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเหตุการณ์
  • ลูกค้า: บริษัทให้บริการที่มีคุณภาพรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย รวมถึงการเก็บรักษาความลับของลูกค้า โดยบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้า และเปิดเผยไว้ให้เป็นที่ทราบในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท
  • คู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้: บริษัทปฏิบัติต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้อย่างเสมอภาพและเป็นธรรม โปร่งใส เป็นไปตามสัญญาหรือเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้ และเปิดเผยไว้ให้เป็นที่ทราบในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและโปร่งใส
  • พนักงาน: บริษัทปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน มีนโยบายการให้ผลตอบแทนและการแต่งตั้งที่เป็นธรรมและเหมาะสมสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและผลสำเร็จขององค์กรในแต่ละปี และเทียบเคียงได้กับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมทั้งดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัย พัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการฝึกอบรมและจัดสัมมนาให้ความรู้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งได้มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานอีกด้วย
  • คู่แข่ง: บริษัทประพฤติตามกติกาการแข่งขันที่ดี หลีกเลี่ยงวิธีการไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม และไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่ง โดยบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่ง และเปิดเผยไว้ให้เป็นที่ทราบในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท
  • สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม: บริษัทสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเสมอมาเพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพที่ดีขึ้น ทั้งที่ดำเนินการเองและร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนในองค์กรยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม โดยบริษัทจะกำกับและติดตามเพื่อให้มีการปฏิบัติตามแนวทางของจรรยาบรรณธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมถึงการกำหนดบทลงโทษทางวินัยไว้ด้วย บริษัทยังได้จัดให้มีช่องทางในการยื่นข้อร้องเรียนหรือรายงานถึงข้อกังวลใจเกี่ยวกับพฤติกรรมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดการกระทำที่ไม่เหมาะสมผิดจริยธรรม หรืออาจก่อให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมาย ความประพฤติที่ไม่เหมาะสมทางการเงินหรือฉ้อโกง หรือสามารถรายงานเมื่อพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายหรือการกระทำผิดต่อนโยบายบริษัท โดยทุกข้อร้องเรียนสามารถยื่นต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เลขานุการบริษัท หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เลขานุการ และกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ หัวหน้าฝ่ายบุคคลและธุรการ หรือบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่า (ประธานกรรมการตรวจสอบ) และจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่อสาธารณะ ทั้งข้อมูลทางการเงิน รายงานทางการเงิน และข้อมูลที่มิใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ทันเวลา และโปร่งใส ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”)

ในส่วนของคุณภาพของรายงานทางการเงิน บริษัทได้แต่งตั้ง บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด (“สำนักงาน”) ในการเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งสำนักงานเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. มีความเป็นอิสระ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับบริษัท ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า ข้อมูลที่แสดงในรายงานทางการเงินมีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป อีกทั้งยังกำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้ดูแลพิจารณากลั่นกรองรายงานทางการเงิน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทได้มีการเปิดเผยรายงานผู้สอบบัญชี คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงิน พร้อมทั้งรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงิน รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เปิดเผยบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม เปิดเผยข้อมูลค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารในรายงานประจำปี

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใส และทั่วถึงทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป บริษัทจึงได้จัดตั้งฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้ นายกันตภณ กิตติศิริประเสริฐ เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญของบริษัท เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับนักลงทุนที่เป็นสถาบัน ผู้ถือหุ้น และนักวิเคราะห์ทั่วไป ทั้งนี้ นักลงทุนทั่วไปสามารถติดต่อขอทราบข้อมูลของบริษัทได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-285-6326-32 หรือที่เว็บไซต์ www.ifscapthai.com

5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการ และมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ผู้ถือหุ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม

โครงสร้างคณะกรรมการ

การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทมีจำนวนที่เหมาะสม และสมดุลระหว่างกรรมการที่เป็นผู้บริหารกับกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร กรรมการบริษัททั้งหมดมีจำนวน 7 ท่าน ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 2 ท่าน กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 5 ท่าน ทั้งนี้ ในจำนวนกรรมการทั้งหมดเป็นกรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน และเป็นกรรมการที่มาจากตัวแทนผู้ถือหุ้นจำนวน 2 ท่าน

วาระการดำรงตำแหน่ง

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการแต่ละท่านเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท กรรมการต้องออกจากตำแหน่งอย่างน้อย 1 ใน 3 โดยกรรมการผู้ออกจากตำแหน่งไปนั้น อาจได้รับเลือกเข้ารับตำแหน่งได้อีก

การรวมหรือแยกตำแหน่ง

ประธานกรรมการบริษัทไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับฝ่ายบริหาร และมิได้เป็นบุคคลเดียวกันกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ มีการแบ่งหน้าที่ออกจากกันชัดเจนระหว่างการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแล กับการบริหารงานประจำ

เลขานุการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งนายกันตภณ กิตติศิริประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เป็นเลขานุการบริษัทเพื่อดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ

คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยอีก 3 ชุด เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ในการทำงานของคณะกรรมการบริษัท ศึกษาในรายละเอียด และกลั่นกรองงานตามความจำเป็น ซึ่งได้แก่ (1) คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ด้านรายงานทางการเงิน และด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และนโยบาย (2) คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหาเพื่อช่วยในกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยใช้ข้อมูลค่าตอบแทนของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน และ (3) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อช่วยพิจารณานโยบายด้านบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรของบริษัทให้มีความเพียงพอและเหมาะสม ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และมีการนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ คณะกรรมการบริษัทมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นในการกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยง แผนงาน และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลฝ่ายจัดการให้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานและนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

บทบาทด้านผลการดำเนินงาน

คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีแผนธุรกิจและงบประมาณ (Corporate Plan) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำไปปฏิบัติและประเมินผล รวมทั้งรายงานการวิเคราะห์การดำเนินงานโดยฝ่ายบริหารต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบความคืบหน้า เพื่อให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย

บทบาทการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้บริษัทดำเนินการให้ครบถ้วน อาทิเช่น การแสดงข้อมูลที่เกี่ยวกับผลประกอบการด้านต่างๆ เช่น ข้อมูลทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง การลงทุน สภาพคล่อง ข้อมูลด้านสินทรัพย์และหนี้สิน ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎและระเบียบต่างๆ รวมทั้งจัดให้มีการประเมิน Board Self-Assessment เพื่อหาแนวทางเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงให้ดีต่อไป

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้ระมัดระวังในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับบริษัท กรรมการและผู้บริหารในการเข้าทำรายการระหว่างกัน กำหนดมาตรการและขั้นตอนในการอนุมัติให้เข้าทำรายการระหว่างกัน และนโยบายหรือแนวโน้มการทำรายการระหว่างกันในอนาคต ให้สอดคล้องและเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันไว้ในงบการเงิน รายงานประจำปี และแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้

จริยธรรมทางธุรกิจ

บริษัทได้จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานยึดถือปฏิบัติ ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องความเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น การคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ การหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆที่ขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัท ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบริษัท การหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลภายในเพื่อเอื้อประโยชน์ส่วนตน การเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องและทันเวลา ความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม

ระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และน่าเชื่อถือต่อผู้ถือหุ้น ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งมีสมาชิกเป็นกรรมการอิสระทั้งหมดเพื่อดูแลระบบการควบคุมภายในของบริษัทให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดูแลรายงานทางการเงินให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ ดูแลระบบการทำงานที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยเฉพาะเรื่องของความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ตลอดจนดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัท ในปี 2558 คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการประชุมร่วมกัน 4 ครั้ง และทุกครั้งได้ประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชี ฝ่ายจัดการของบริษัท หัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัท รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นตามความจำเป็น เพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบการควบคุมภายในของบริษัท นอกจากนี้บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท เอเอ็มซี อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลติ้ง จำกัด เป็นผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท รวมถึงการมีผู้ตรวจสอบภายในจากบริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล จำกัด (สิงคโปร์) ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของระบบงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และรายงานผลการตรวจสอบภายในตามแผนที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าประจำปีต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้รับทราบ

การประชุมคณะกรรมการ

กรรมการบริษัทมีการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทมีการประชุมอย่างน้อยปีละ 5 ครั้ง และมีการกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าเป็นประจำทุกปี และมีการประชุมเพิ่มเติมตามความจำเป็น มีการส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมที่ชัดเจนและเอกสารประกอบการประชุมเพียงพอจัดส่งให้กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม ในการประชุม คณะกรรมการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงได้มีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชุม เพื่อตอบข้อซักถามในประเด็นที่มีข้อสงสัย รายงานการประชุมจะมีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และจะจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากที่ประชุมแล้ว เพื่อให้กรรมการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ โดยการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทในปี 2556 – 2558 มีดังนี้

การประชุมคณะกรรมการบริษัท

กรรมการ
ปี 2556
ปี 2557
ปี 2558
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
1. นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน*
-
-
1/5
2. นายตัน เล เยน
5/5
5/5
5/5
3. นายเฮง ฮอค เคียง*
-
-
4/5
4. นายนิพัทธ์ จำรูญรัตน์
5/5
5/5
5/5
5. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย**
5/5
5/5
5/5
6. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล**
4/5
4/5
4/5
7. นายสิงหะ นิกรพันธุ์*(**)
3/5
5/5
5/5
8. นายลี ซูน คี*
5/5
5/5
4/5
9. นายลัว ทู สวี*
-
5/5
-
10. นางสาวลิม มุย หลิง*
4/5
-
-
11. นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์*
2/5
-
-

หมายเหตุ
* นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ประธานกรรมการ และกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 (แทน นายลี ซูน คี)
* นายเฮง ฮอค เคียง เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 (แทน นายลัว ทู สวี)
* นายลี ซูน คี ลาออกจากการเป็นกรรมการ ประธานกรรมการ และกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558
* นายลัว ทู สวี เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ (แทน นางสาวลิม มุย หลิง) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557 และลาออกจากการเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558
* นางสาวลิม มุย หลิง ลาออกจากการเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557
* นายสิงหะ นิกรพันธุ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการบริหารความเสี่ยง (แทน นาย นิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556
* นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ ลาออกจากการเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556
** กรรมการอิสระ

การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ

กรรมการตรวจสอบ
ปี 2556
ปี 2557
ปี 2558
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
1. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย
4/4
4/4
4/4
2. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
4/5
3/4
4/4
3. นายสิงหะ นิกรพันธุ์*
3/4
4/4
4/4
4. นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์*
5/5
-
-

หมายเหตุ
* นายสิงหะ นิกรพันธุ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการบริหารความเสี่ยง (แทน นาย นิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556
* นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ ลาออกจากการเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556

ค่าตอบแทน

บริษัทได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยพิจารณาเปรียบเทียบกับการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการของบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ และในอุตสาหกรรมเดียวกัน ตลอดจนผลการดำเนินงานของบริษัท อีกทั้งยังคำนึงถึงประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ เพื่อที่จะดูแล และรักษากรรมการที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ และได้ขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ส่วนค่าตอบแทนผู้บริหารเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหาเสนอก่อนที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ โดยพิจารณาตามบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบ และผลการปฏิบัติงานและความทุ่มเทของผู้บริหารแต่ละท่าน
ทั้งนี้ นอกเหนือจากค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินแล้ว บริษัทยังไม่มีการให้สิทธิประโยชน์อื่นใดแก่กรรมการ

ค่าตอบแทนรวมของคณะกรรมการบริษัท ในปี 2556 ถึง 2558 ดังนี้

กรรมการ
ปี 2556
ปี 2557
ปี 2558
เบี้ยประชุม (บาท)
เบี้ยกรรมการ รายปี (บาท)
บำเหน็จกรรมการ (โบนัส) (บาท)
เบี้ยประชุม (บาท)
เบี้ยกรรมการ รายปี (บาท)
บำเหน็จกรรมการ (โบนัส) (บาท)
เบี้ยประชุม (บาท)
เบี้ยกรรมการ รายปี (บาท)
บำเหน็จกรรมการ (โบนัส) (บาท)
1. นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน
-
-
-
-
-
-
25,000
-
-
2. นายตัน เล เยน
-
-
-
-
-
-
-
-
-
3. นายเฮง ฮอค เคียง
-
-
-
-
-
-
60,000
50,000
-
4. นายนิพัทธ์ จำรูญรัตน์
125,000
100,000
312,500
125,000
100,000
312,500
125,000
100,000
312,500
5. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย
220,000
220,000
312,500
220,000
220,000
312,500
220,000
220,000
312,500
6. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
160,000
150,000
312,500
140,000
150,000
312,500
180,000
150,000
312,500
7. นายสิงหะ นิกรพันธุ์
120,000
130,000
-
180,000
130,000
312,500
180,000
130,000
312,500
8. นายลี ซูน คี
145,000
130,000
625,000
145,000
130,000
625,000
120,000
-
625,000
9. นายลัว ทู สวี
-
-
-
80,000
50,000
-
20,000
-
312,500
10. นางสาวลิม มุย หลิง
80,000
50,000
312,500
-
-
312,500
-
-
-
11. นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์
60,000
-
312,500
-
-
-
-
-
-
รวม
910,000
780,000
2,187,500
890,000
780,000
2,187,500
930,000
650,000
2,187,500

หมายเหตุ
* ไม่มีค่าตอบแทนอื่น นอกจากค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินข้างต้นนี้

ค่าตอบแทนผู้บริหาร
ค่าตอบแทนผู้บริหารที่มีรายชื่ออยู่ในคณะผู้บริหาร ในปี 2556 ถึง 2558 ดังนี้

ค่าตอบแทน
ปี 2556
ปี 2557
ปี 2558*
จำนวนราย
จำนวนเงินรวม (บาท)
จำนวนราย
จำนวนเงินรวม (บาท)
จำนวนราย
จำนวนเงินรวม (บาท)
เงินเดือนและโบนัส
8
25,676,744
8
28,158,669
8
27,110,836
รวม
8
25,676,744
8
28,158,669
8
27,110,836

*ปี 2558 คำนวณจากผู้บริหาร 8 ท่าน เนื่องจากท่านที่ 9 ได้รับแต่งตั้งไม่ครบปี

ค่าตอบแทนอื่นๆ ที่เป็นตัวเงิน

บริษัทได้เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับกองทุน ซึ่งจดทะเบียนแล้วตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยพนักงานจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง และบริษัทจ่ายสมทบอีกส่วนหนึ่งตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทมีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการควบคุมและการใช้ข้อมูลภายในอย่างรัดกุม โดยเฉพาะข้อมูลแสดงฐานะทางการเงินของบริษัทก่อนที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน บริษัทมีนโยบายและวิธีการดูแลผู้บริหารและพนักงานในการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้ เพื่อประโยชน์ส่วนตน ดังนี้

  1. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ใช้ข้อมูลภายในเพื่อทำการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัท ก่อนที่ข้อมูลนั้นจะถูกเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบโดยทั่วถึงกัน โดยเฉพาะในช่วง 30 วันก่อนที่งบการเงินของบริษัทจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชน นอกจากนี้ ภายหลังจากที่ข้อมูลได้ถูกเผยแพร่แล้ว บุคคลข้างต้นห้ามไม่ให้มีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทจนกระทั่งประชาชนที่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวได้มีเวลาประเมินข้อมูลที่ได้รับในระยะเวลาพอสมควรแล้ว (7 วัน นับแต่วันที่เผยแพร่)
  2. ให้ความรู้แก่กรรมการ และผู้บริหาร ที่มีหน้าที่ที่จะต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เกี่ยวกับการรายงานการถือหลักทรัพย์ของบริษัท โดยหากกรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ที่เข้าข่ายมีการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัทตามที่กำหนดไว้ในประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ สจ. 14/2540 เรื่อง การจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์และบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

หากมีการกระทำการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะดำเนินการทางวินัยเพื่อพิจารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณี เช่น ตักเตือนเป็นหนังสือ ลดค่าจ้าง พักงาน เลิกจ้าง เป็นต้น

ทรัพยากรบุคคล

บุคลากร

จำนวนผู้บริหารและพนักงาน ในปี 2558 บริษัทมีบุคลากรทั้งสิ้น 77 คน แบ่งตามสายงานต่างๆ ดังนี้

ประเภท
จำนวนพนักงาน
ผู้บริหาร
9
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
14
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ
14
ฝ่ายปฏิบัติการ
25
ฝ่ายการเงินบัญชี
3
ฝ่ายกฎหมาย
1
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เลขานุการ และกำกับการปฏิบัติตามกฏเกณฑ์
1
ฝ่ายพัฒนาสินเชื่อ / บุคคลและธุรการ
9
เลขานุการผู้บริหาร
1
รวม
77

ทั้งนี้ ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนพนักงานอย่างมีนัยสำคัญและไม่มีข้อพิพาททางด้านแรงงานใด ๆ 

ผลตอบแทนรวมและลักษณะผลตอบแทนที่ให้กับพนักงาน (ไม่รวมกรรมการ และผู้บริหาร)

ลักษณะผลตอบแทน
ปี 2556 (บาท)
ปี 2557 (บาท)
ปี 2557 (บาท)
เงินเดือน / ค่าจ้าง โบนัส
37,051,473
39,277,570
38,794,713
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงาน
8,884,456
9,941,328
9,928,536
รวม
45,935,929
49,218,898
48,723,249

นโยบายในการพัฒนาบุคลากร

บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาความรู้ และความสามารถของพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คุณภาพของการให้บริการ โดยได้จัดให้มีการฝึกอบรม การสัมมนาโดยบุคคลทั้งจากภายในและภายนอกที่จำเป็นต่อพนักงานโดยรวมและรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงาน รวมทั้งมีนโยบายในการให้ผลตอบแทนกับพนักงานในอัตราที่เหมาะสมเพื่อจูงใจและรักษาให้พนักงานทำงานกับบริษัทในระยะยาว และนอกจากนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมเพื่อสานสัมพันธ์พนักงานเพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ