การกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

  ดาวน์โหลด PDF การกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมเสมอมา บริษัทยึดมั่นที่จะรักษามาตรฐานในการการกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณต่อการให้บริการอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม มีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ ตลอดจนการดูแลรักษาข้อมูลของลูกค้า ด้วยตระหนักว่าธุรกิจต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ และคู่แข่ง ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ทางคณะกรรมการบริษัทได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยอ้างอิงจากหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2555 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส และเสริมสร้างองค์กรให้มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจอันจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทเชื่อว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะช่วยเพิ่มมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนจรรยาบรรณธุรกิจ ในปีนี้บริษัทจึงให้พนักงานทุกคนเข้าอบรมและทำแบบทดสอบออนไลน์เกี่ยวกับกฎเกณฑ์และการปฏิบัติงานผ่านระบบอินทราเน็ตของบริษัทเป็นปีแรก และนำผลที่ได้มาประเมินระดับความรู้และความเข้าใจของพนักงานเพื่อปรับปรุงการสื่อสารให้พนักงานมีความเข้าใจอย่างทั่วถึง เพื่อเป็นการตระหนักถึงหน้าที่ของตนในการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร

การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท สรุปได้ดังนี้

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นทุกราย (ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และนักลงทุนสถาบัน) โดยส่งเสริมให้มีการใช้สิทธิของตน เช่น 1) สิทธิในการได้รับใบหุ้นและสิทธิในการซื้อ รับซื้อคืนโดยบริษัทขายหรือโอนหุ้น 2) สิทธิในการมีส่วนแบ่งในผลกำไร/เงินปันผลของกิจการ 3) สิทธิในการพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาเป็นประจำทุกปี 4) สิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้ง และถอดถอนกรรมการ หรือ 5) สิทธิในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชี 6) สิทธิในเรื่องการตัดสินใจอื่นๆ ที่มีผลกระทบสำคัญต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนด หรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

  • ก่อนการประชุม
    ทางบริษัทได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุม และเอกสารประกอบรวมถึงหนังสือมอบฉันทะทั้ง 3 แบบ คือแบบทั่วไปซึ่งเป็นแบบที่ง่ายและไม่ซับซ้อน (แบบ ก) แบบที่กำหนดรายการต่างๆที่จะมอบฉันทะที่ละเอียดชัดเจนตายตัว (แบบ ข) และแบบที่ใช้เฉพาะกรณีผู้ถือหุ้นเป็นผู้ลงทุนต่างประเทศและแต่งตั้งให้คัสโตเดียน (Custodian) ในประเทศไทยเป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้น (แบบ ค) รวมทั้งเอกสารที่ต้องใช้ในการมอบฉันทะ และวิธีการใช้ให้ทราบโดยคำนึงถึงความถูกต้อง เพียงพอ และชัดเจนของข้อมูล แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้ามากกว่า 21 วัน รวมทั้งทางบริษัทได้มีการประกาศในเว็บไซต์ของบริษัท ล่วงหน้า 30 วันก่อนวันประชุม และติดประกาศหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมที่สำนักงานใหญ่ รวมถึงโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมในหนังสือพิมพ์ติดต่อกันเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 3 วัน ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 3 วัน

    บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเข้ารับพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 15 ธันวาคม 2561 โดยเปิดเผยหลักเกณฑ์และวิธีการบนเว็บไซต์ของบริษัท www.ifscapthai.com ภายใต้หัวข้อ “นักลงทุนสัมพันธ์” และ “ห้องข่าว” รวมทั้งช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการดำเนินการล่วงหน้าก่อนวันสิ้นสุดรอบบัญชี นอกจากนี้ทางคณะกรรมการถือนโยบายที่จะไม่เพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น

  • วันประชุมผู้ถือหุ้น
    การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 ณ โรงแรม ดิ เอทัส ลุมพินี ซึ่งใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ามหานครสถานีลุมพินี (MRT) ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเดินทางของผู้ถือหุ้น รวมทั้งทางบริษัทได้เลือกห้องประชุมที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้อย่างเหมาะสม และเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง รวมทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ให้ความสะดวก รวมทั้งมีการจัดเตรียมอากรแสตมป์สำหรับผู้ถือหุ้นที่มีการมอบฉันทะมา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และบริษัทจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าร่วมประชุมของผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกท่านมีสิทธิเข้าร่วมประชุมตลอดระยะเวลาการประชุม

    ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมแนะนำคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร ผู้สอบบัญชีของบริษัทและที่ปรึกษาทางกฎหมาย แล้วชี้แจงถึงกฎ กติกาทั้งหมด รวมถึงวิธีการนับคะแนนเสียงในแต่ละวาระ ประธานฯ จะให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ รวมถึงคำถามที่มีในแต่ละวาระการประชุม หลังจากนั้น ประธานฯ และผู้บริหารจะทำการตอบข้อซักถามอย่างตรงประเด็น แล้วจึงให้ที่ประชุมออกเสียงลงมติในวาระนั้นๆ ตามลำดับโดยจัดให้มีผู้ตรวจสอบการนับคะแนนเสียง และจะไม่เพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติให้เปลี่ยนลำดับวาระด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุม

    สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ของบริษัท การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท โดยเรียงตามวาระที่ระบุไว้ในหนังสือนัดประชุม และไม่มีการเพิ่มวาระการประชุม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญโดยไม่แจ้งผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ในการประชุมทุกครั้งจะมีการจดรายงานการประชุมและสรุปด้วยการลงมติพร้อมกับนับคะแนนเสียง ซึ่งทางบริษัทใช้โปรแกรมการจัดประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรฐานของบริษัทและของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ในการลงทะเบียนและนับคะแนน เพื่อประสิทธิภาพความถูกต้องและความโปร่งใสต่อผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นสามารถเห็นคะแนนในแต่ละวาระได้ทันทีเมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้น

    สำหรับผลการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะแจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่านช่องทางการเปิดเผยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยทันทีภายในวันประชุม และจัดทำรายงานการประชุมที่มีสาระสำคัญครบถ้วน โดยมีการบันทึกคำถามและความคิดเห็นต่างๆ และมติทั้งหมดของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งบริษัทจะเผยแพร่รายงานดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษัท และนำส่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และจัดเก็บรายงานการประชุมไว้ที่สำนักงานบริษัท

2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

คณะกรรมการบริษัทได้ตระหนักถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นทุกราย (ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และนักลงทุนสถาบัน) ในการประชุมแต่ละครั้งจะกำกับดูแลให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยผู้ถือหุ้นทุกรายจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวันประชุม และวาระการประชุมเป็นการล่วงหน้า โดยบริษัทจะดำเนินการเรียกประชุม จัดส่งเอกสารและแจ้งวาระการประชุมเป็นการล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด และเผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 30 วัน ก่อนวันประชุม ไว้ที่เว็ปไซต์ของบริษัท (www.ifscapthai.com) ในหมวดนักลงทุนสัมพันธ์ และจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมเอกสารประกอบ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลที่เพียงพอ และมีโอกาสได้ศึกษาวาระการประชุมล่วงหน้า ซึ่งในปี 2561 บริษัทมีการส่งหนังสือเชิญประชุมประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 21 วัน นอกจากนี้ในการประชุมจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท และแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ มีการบันทึกการประชุมถูกต้องครบถ้วนเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระต่างๆ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนแบบหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียงโดยเท่าเทียมกัน และการเลือกตั้งกรรมการ บริษัทจะจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยผู้ถือหุ้นสามารถแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆให้กับบริษัทผ่านช่องทางการสื่อสารกับนักลงทุนสัมพันธ์ และในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทในแต่ละครั้ง รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสามารถมอบอำนาจให้กรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ท่าน หรือผู้รับมอบอำนาจเป็นตัวแทนในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งทางบริษัทจะปฏิบัติต่อผู้รับมอบฉันทะเสมือนเป็นผู้ถือหุ้นท่านหนึ่ง

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายปฏิบัติตามข้อบังคับของบริษัท กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คณะกรรมการให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น ตลอดจนกำหนดให้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันการทำรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายห้ามกรรมการและผู้บริหารนำข้อมูลภายในของบริษัท ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปเปิดเผยหรือใช้ซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ตามสิทธิที่ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม รวมถึงไม่กระทำการใดๆอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ด้วย บริษัทได้ยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทได้ผ่านการรับรองเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Private Sector Collective Action Against Corruption) โดยบริษัทยังมุ่งมั่นที่จะนำนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น รวมถึงกระบวนการในการประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น มากำหนดเป็นกฎเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้ยึดถือปฏิบัติสืบไป โดยจัดให้มีการอบรมเพื่อให้เกิดความรู้เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุรริตคอร์รัปชั่นของบริษัท ซึ่งมุ่งเน้นการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ความคืบหน้าด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น” ในหัวข้อรายงานความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ “นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น” บนเว็บไซต์ของบริษัท) โดยบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียต่อองค์กร สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น: บริษัทปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอและเหมาะสม โดยเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงินต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอและทันเวลา ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์บริษัท
  • ลูกค้า: บริษัทให้บริการที่มีคุณภาพรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย รวมถึงการเก็บรักษาความลับของลูกค้า โดยบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้า และเปิดเผยไว้ให้เป็นที่ทราบในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท
  • คู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้: บริษัทปฏิบัติต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้อย่างเสมอภาพและเป็นธรรม โปร่งใส เป็นไปตามสัญญาหรือเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้ และเปิดเผยไว้ให้เป็นที่ทราบในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและโปร่งใส ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีข้อพิพาทหรือข้อร้องเรียนใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่ค้า/เจ้าหนี้ แต่อย่างใด
  • พนักงาน: บริษัทปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน มีนโยบายการให้ผลตอบแทนและการแต่งตั้งที่เป็นธรรมและเหมาะสมสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและผลสำเร็จขององค์กรในแต่ละปี และเทียบเคียงได้กับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัทมุ่งเน้นให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุขโดยการปรับปรุงดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการฝึกอบรมและจัดสัมมนาให้ความรู้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่รวมทั้งได้มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานอีกด้วย บริษัทได้มอบสวัสดิการทั้งด้านสุขภาพร่างกาย จิตใจและจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งในปี 2561 ไม่มีพนักงานเกิดอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการทำงาน
  • คู่แข่ง: บริษัทประพฤติตามกติกาการแข่งขันที่ดี หลีกเลี่ยงวิธีการไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม และไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่ง โดยบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่ง และเปิดเผยไว้ให้เป็นที่ทราบในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีข้อพิพาทหรือข้อร้องเรียนใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งแต่อย่างใด
  • องค์กรกำกับดูแลและหน่วยงานภาครัฐ: บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศ ข้อกำหนด และกฎระเบียบต่างๆ ที่กำหนดโดยองค์กรที่กำกับดูแลและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น รวมทั้งให้ความร่วมมือและประสานงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมาตรการการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น
  • สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม: บริษัทสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเสมอมาเพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพที่ดีขึ้น ทั้งที่ดำเนินการเองและร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนในองค์กรยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม โดยบริษัทจะกำกับและติดตามเพื่อให้มีการปฏิบัติตามแนวทางของจรรยาบรรณธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมถึงการกำหนดบทลงโทษทางวินัยไว้ด้วย บริษัทมีนโยบายการแจ้งการกระทำผิดและให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น” บนเว็บไซต์ของบริษัท) ซึ่งได้จัดให้มีช่องทางในการยื่นข้อร้องเรียนหรือรายงานถึงข้อกังวลใจเกี่ยวกับพฤติกรรมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดการกระทำที่ไม่เหมาะสมผิดจริยธรรม หรืออาจก่อให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมาย ความประพฤติที่ไม่เหมาะสมทางการเงินหรือฉ้อโกง หรือสามารถรายงานเมื่อพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายหรือการกระทำผิดต่อนโยบายบริษัท โดยทุกข้อร้องเรียนสามารถยื่นต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เลขานุการบริษัท หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เลขานุการ และกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ หัวหน้าฝ่ายบุคคลและธุรการ หรือบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่า (ประธานกรรมการตรวจสอบ) และจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่อสาธารณะ ทั้งข้อมูลทางการเงิน รายงานทางการเงิน และข้อมูลที่มิใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ทันเวลา และโปร่งใส ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”)

ในส่วนของคุณภาพของรายงานทางการเงิน บริษัทได้แต่งตั้ง บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด (“สำนักงาน”) ในการเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งสำนักงานเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. มีความเป็นอิสระ และไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับบริษัท ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า ข้อมูลที่แสดงในรายงานทางการเงินมีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป อีกทั้งยังกำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้ดูแลพิจารณากลั่นกรองรายงานทางการเงิน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทได้มีการเปิดเผยรายงานผู้สอบบัญชี คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงิน พร้อมทั้งรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงิน รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เปิดเผยบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม เปิดเผยข้อมูลค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารในรายงานประจำปี

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใส และทั่วถึงทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป บริษัทจึงได้จัดตั้งฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้ นายกันตภณ กิตติศิริประเสริฐ เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญของบริษัท และเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่น เช่น นักลงทุนที่เป็นสถาบัน นักวิเคราะห์ทั่วไป เป็นต้น เพื่อให้ข้อมูลอย่างเหมาะสม เท่าเทียมกัน และทันเวลา ทั้งนี้ นักลงทุนทั่วไปสามารถติดต่อขอทราบข้อมูลของบริษัทได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-285-6326-32 หรือที่เว็บไซต์ www.ifscapthai.com

5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทได้รับการแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นให้มีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัท ซึ่งรวมถึงการสั่งการ อนุมัติ ตลอดจนการกำกับดูแลกิจการ และกลยุทธ์องค์กร คณะกรรมการบริษัทยังมีหน้าที่กำกับดูแลคณะผู้บริหารและมีความรับผิดชอบสูงสุดในการดูแลกลยุทธ์ความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงิน ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการ และมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ผู้ถือหุ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม

โครงสร้างคณะกรรมการ

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทมีกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 6 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นสุภาพสตรีจำนวน 2 ท่าน และสุภาพบุรุษจำนวน 4 ท่าน การเลือกตั้งกรรมการบริษัทเป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับธุรกิจของบริษัท โดยมีองค์ประกอบสอดคล้องกับข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนจัดให้มีองค์ประกอบที่มีความหลากหลาย ทั้ง ในด้านอายุ เพศ ความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ และคุณสมบัติที่สำคัญอื่นๆ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ประกอบด้วย

  • กรรมการอิสระ จำนวน 3 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 50.00 ของกรรมการทั้งคณะ ได้แก่ นายสิงหะ นิกรพันธ์ นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล และนางจุไรรัตน์ ปันยารชุน
  • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 1 ท่าน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 16.67 ของกรรมการทั้งคณะ ได้แก่ นายตัน เล เยน
  • กรรมการที่มาจากตัวแทนผู้ถือหุ้นจำนวน 2 ท่าน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 33.33 ของกรรมการทั้งคณะ ได้แก่ นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน และ นางสาวฉวน หยี่ เฉียน

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกกรรมการ
คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหามีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกกรรมการ โดยพิจารณาจากลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท จึงได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหา ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยพิจารณาทักษะที่จำเป็นที่ยังขาดอยู่ และมีนโยบายความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการ (Board Diversity) ทั้งทางด้านทักษะวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ความรู้ความสามารถ เพศ รวมถึงประสบการณ์การทำงาน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเพื่อกำหนดหากรรมการที่มีความเหมาะสม ทั้งด้านประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถที่จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท บริษัทได้มีการจัดทำตารางองค์ประกอบความรู้ความชำนาญของกรรมการ (Board Skill Matrix) สรุปได้ดังแผนภูมิแท่งด้านล่าง เพื่อใช้ในการสอบทานโครงสร้างของคณะกรรมการ รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาสรรหากรรมการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้คณะกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สอดคล้องกับทิศทางการดาเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) กฎหมายอื่น และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

*ประเมินจากคุณสมบัติการศีกษา ประสบการณ์การทำงาน ทักษะวิชาชีพ การอบรม/สัมมนา

ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 6 ท่าน ซึ่งมีจำนวนที่เหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทและกรรมการทุกท่านล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ในการทำงานในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน คณะกรรมการบริษัทในปัจจุบันจึงประกอบด้วยผู้มีคุณวุฒิและประสบการณ์ความเชี่ยวชาญจากหลากหลายอาชีพ และครอบคลุมในทุกด้านอย่างเหมาะสมครบถ้วน

วาระการดำรงตำแหน่ง

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการแต่ละท่านเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท กรรมการต้องออกจากตำแหน่งอย่างน้อย 1 ใน 3 โดยกรรมการผู้ออกจากตำแหน่งไปนั้น อาจได้รับเลือกเข้ารับตำแหน่งได้อีก

การรวมหรือแยกตำแหน่ง

ประธานกรรมการบริษัทไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร และมิได้เป็นบุคคลเดียวกันกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ มีการแบ่งหน้าที่ออกจากกันชัดเจนระหว่างการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแล กับการบริหารงานประจำ

เลขานุการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งนายกันตภณ กิตติศิริประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เป็นเลขานุการบริษัทเพื่อดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ

คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยอีก 3 ชุด เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ในการทำงานของคณะกรรมการบริษัท ศึกษาในรายละเอียด และกลั่นกรองงานตามความจำเป็น ซึ่งได้แก่ (1) คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ด้านรายงานทางการเงิน และด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และนโยบาย (2) คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหาเพื่อช่วยในกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยใช้ข้อมูลค่าตอบแทนของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน และ (3) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อช่วยพิจารณานโยบายด้านบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรของบริษัทให้มีความเพียงพอและเหมาะสม ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และมีการนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ คณะกรรมการบริษัทมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นในการกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยง แผนงาน และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลฝ่ายจัดการให้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานและนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

  1. จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปี ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัท
  2. จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง
  3. จัดให้มีการทำงบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัท ณ วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัท ซึ่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติ
  4. คณะกรรมการมอบอำนาจให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนหรือบุคคลอื่นใดปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการได้โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ หรืออาจมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีอำนาจตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ซึ่งคณะกรรมการอาจยกเลิกเพิกถอนเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจ หรืออำนาจนั้นๆ ได้เมื่อเห็นสมควร
    นอกจากนี้ คณะกรรมการอาจมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงานต่างๆ โดยมีรายละเอียดการมอบอำนาจตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
    ทั้งนี้ การมอบอำนาจนั้นต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้คณะกรรมการบริหาร หรือผู้รับมอบอำนาจสามารถพิจารณา และอนุมัติรายการที่คณะกรรมการบริหาร หรือผู้รับมอบอำนาจหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือ มีส่วนได้เสีย หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดกับบริษัท หรือบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบาย และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติไว้แล้ว
  5. กำหนดเป้าหมาย แนวทาง นโยบาย แผนงานและงบประมาณของบริษัท ควบคุมกำกับดูแลการบริหารและการจัดการของประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย เว้นแต่ในเรื่องดังต่อไปนี้ คณะกรรมการต้องได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนการดำเนินการ อันได้แก่ เรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เช่น การเพิ่มทุน การลดทุน การออกหุ้นกู้ การขายหรือโอนกิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น หรือการซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทอื่นมาเป็นของบริษัท การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับ เป็นต้น
    นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีขอบเขตหน้าที่ในการกำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาทิเช่น การทำรายการที่เกี่ยวโยงกันและการซื้อหรือขายทรัพย์สินที่สำคัญตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  6. พิจารณาโครงสร้างการบริหารงาน แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการอื่นตามความเหมาะสม
  7. ติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน และงบประมาณอย่างต่อเนื่อง
  8. กรรมการจะต้องไม่ประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นกรรมการของบริษัทเอกชน หรือบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง
  9. กรรมการต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า หากมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมในสัญญาที่บริษัททำขึ้น หรือถือหุ้น หรือหลักทรัพย์อื่นเพิ่มขึ้น หรือลดลงในบริษัท หรือบริษัทในเครือ

บทบาทด้านผลการดำเนินงาน

คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีแผนธุรกิจและงบประมาณ (Corporate Plan) ที่สะท้อนถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในอนาคตของบริษัท โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำไปปฏิบัติและประเมินผล รวมทั้งรายงานการวิเคราะห์การดำเนินงานโดยฝ่ายบริหารต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบความคืบหน้า เพื่อให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย

บริษัทให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทไม่มีนโยบายสนับสนุนให้มีการทำรายการกับบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกัน หรือการทำรายการซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ทั้งนี้ หากเกิดรายการดังกล่าวคณะกรรมการตรวจสอบจะพิจารณารายการดังกล่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยจะรายงานและนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ บริษัทจะพิจารณารายการดังกล่าวเสมือนการทำรายการปกติการค้าทั่วไป

บทบาทการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบในกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการนำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้บริษัทดำเนินการให้ครบถ้วน อาทิเช่น การแสดงข้อมูลที่เกี่ยวกับผลประกอบการด้านต่างๆ เช่น ข้อมูลทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง การลงทุน สภาพคล่อง ข้อมูลด้านสินทรัพย์และหนี้สิน การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎและระเบียบต่างๆ ตลอดจนการทบทวนและติดตามผลให้มีการปฏิบัติตาม โดยคณะกรรมการบริษัทควรพิจารณารายงานและข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นด้วยความรอบคอบ และระมัดระวังเพื่อให้ทราบถึงสัญญาณเตือนในด้านต่างๆ เช่น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในด้านต่างๆ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ รวมทั้ง ประเด็นอื่นๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท รวมทั้งจัดให้มีการประเมิน Board Self-Assessment เพื่อหาแนวทางเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงให้ดีต่อไป

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้ระมัดระวังในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับบริษัท กรรมการและผู้บริหารในการเข้าทำรายการระหว่างกัน กำหนดมาตรการและขั้นตอนในการอนุมัติให้เข้าทำรายการระหว่างกัน และนโยบายหรือแนวโน้มการทำรายการระหว่างกันในอนาคต ให้สอดคล้องและเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันไว้ในงบการเงิน รายงานประจำปี และแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้

จริยธรรมทางธุรกิจ

บริษัทได้จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานยึดถือปฏิบัติ ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องความเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น การคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ การหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัท ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบริษัท การหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลภายในเพื่อเอื้อประโยชน์ส่วนตน การเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องและทันเวลา ความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม

ระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และน่าเชื่อถือต่อผู้ถือหุ้น ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งมีสมาชิกเป็นกรรมการอิสระทั้งหมดเพื่อดูแลระบบการควบคุมภายในของบริษัทให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดูแลรายงานทางการเงินให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ ดูแลระบบการทำงานที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยเฉพาะเรื่องของความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ตลอดจนดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัท ในปี 2560 คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการประชุมร่วมกัน 4 ครั้ง โดยกรรมการตรวจสอบทุกท่านเข้าร่วมประชุมครบถ้วนทุกครั้ง และทุกครั้งได้ประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชี ฝ่ายจัดการของบริษัท หัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัท รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นตามความจำเป็น นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบยังได้มีการประชุมหารือร่วมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีผู้บริหารของบริษัทเข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบการควบคุมภายในของบริษัท บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท เอเอ็มซี อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลติ้ง จำกัด เป็นผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท รวมถึงการมีผู้ตรวจสอบภายในจากบริษัท ไอเอฟเอส แคปปิตอล จำกัด (สิงคโปร์) ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของระบบงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และรายงานผลการตรวจสอบภายในตามแผนที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าประจำปีต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้รับทราบ

การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

เพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน คณะกรรมการบริษัทมีการประเมินตนเองเป็นประจำทุกปี ซึ่งเปิดโอกาสให้กรรมการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ โดยมีการรายงานผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อรับทราบ การประเมินการปฏิบัติงานดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินความเหมาะสมของโครงสร้างคณะกรรมการ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคณะกรรมการจะวิเคราะห์ผลการประเมิน ข้อเสนอแนะ ข้อควรสังเกตต่างๆ เพื่อนำมาพิจารณาใช้ปฏิบัติให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการดำเนินธุรกิจต่อไป

สำหรับการประเมินตนเองของคณะกรรมการประจำปี 2561 บริษัทได้จัดให้มีการประเมินตนเองของคณะกรรมการ ซึ่งเป็น การประเมินตนเองของคณะกรรมการทั้งคณะ (Board Self-assessment) โดยผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการประจำปี 2561 พบว่า กรรมการส่วนใหญ่ให้คะแนนในเชิงประสิทธิภาพที่ระดับ “ดี - ดีมาก” ทั้งนี้ คณะกรรมการยังได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ และหาแนวทางเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงให้ดีต่อไป

การประชุมคณะกรรมการ

กรรมการบริษัทมีการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทมีการประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง และมีการกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าเป็นประจำทุกปี และมีการประชุมเพิ่มเติมตามความจำเป็น มีการส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมที่ชัดเจนและเอกสารประกอบการประชุมเพียงพอจัดส่งให้กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม ในการประชุม คณะกรรมการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงได้มีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชุม เพื่อตอบข้อซักถามในประเด็นที่มีข้อสงสัย และได้มีการกำหนดองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการว่า ต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ในส่วนของรายงานการประชุม จะมีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และจะจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากที่ประชุมแล้ว เพื่อให้กรรมการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ โดยการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทในปี 2559 – 2561 มีดังนี้

การประชุมคณะกรรมการบริษัท

กรรมการ
ปี 2559
ปี 2560
ปี 2561
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
1. นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน
5/5
4/5
4/4
2. นายตัน เล เยน
5/5
5/5
4/4
3. นายสิงหะ นิกรพันธุ์ *,**
4/5
5/5
4/4
4. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล**
4/5
5/5
4/4
5. นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน *,**
-
-
3/4
6. นางสาวฉวน หยี่ เฉียน
-
3/5
4/4
7. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย*
5/5
5/5
1/4
8. นายนิพัทธ์ จำรูญรัตน์*
5/5
2/5
-
9. นายเฮง ฮอค เคียง
5/5
-
-

หมายเหตุ
* นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 (แทน ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย)
* คุณสิงหะ นิกรพันธุ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ รองประธานกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561
* ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย หมดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 และไม่ประสงค์ที่จะกลับเข้ารับตำแหน่ง
* นายนิพัทธ์ จำรูญรัตน์ หมดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 และไม่ประสงค์ที่จะกลับเข้ารับตำแหน่ง

** กรรมการอิสระ

การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ

กรรมการตรวจสอบ

ปี 2559
ปี 2560
ปี 2561
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
1. นายสิงหะ นิกรพันธุ์
3/4
4/4
4/4
2. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
4/4
4/4
4/4
3. นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน*
-
-
3/4
4. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย*
4/4
4/4
1/4

หมายเหตุ
* นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 (แทน ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย)
* ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย หมดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 และไม่ประสงค์ที่จะกลับเข้ารับตำแหน่ง

การประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา

กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา
ปี 2559
ปี 2560
ปี 2561
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
1. นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน*
-
-
-
2. นายสิงหะ นิกรพันธุ์
-
-
-
3. นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน
1/1
1/1
1/1
4. นายนิพัทธ์ จำรูญรัตน์*
1/1
1/1
1/1
5. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย*
1/1
1/1
1/1

หมายเหตุ
* นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 (แทน ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย)
* นายนิพัทธ์ จำรูญรัตน์ หมดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 และไม่ประสงค์ที่จะกลับเข้ารับตำแหน่ง
* ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย หมดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 และไม่ประสงค์ที่จะกลับเข้ารับตำแหน่ง

การประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการบริหารความเสี่ยง

ปี 2559
ปี 2560
ปี 2561
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม / จำนวนครั้งการประชุม
1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
1/1
1/1
2/2
2. นายสิงหะ นิกรพันธุ์
1/1
1/1
2/2
3. นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน*
-
-
2/2
4. นางสาวฉวน หยี่ เฉียน
-
1/1
2/2
5. นายตัน เล เยน
1/1
1/1
2/2
6. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย*
1/1
1/1
-

หมายเหตุ
* นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 (แทน ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย)
* ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย หมดวาระการดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา และกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 และไม่ประสงค์ที่จะกลับเข้ารับตำแหน่ง

ค่าตอบแทน

บริษัทได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยพิจารณาเปรียบเทียบกับการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการของบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ และในอุตสาหกรรมเดียวกัน ตลอดจนผลการดำเนินงานของบริษัท อีกทั้งยังคำนึงถึงประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ เพื่อที่จะดูแล และรักษากรรมการที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ และได้ขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ส่วนค่าตอบแทนผู้บริหารเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหาเสนอก่อนที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ โดยพิจารณาตามบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบ และผลการปฏิบัติงานและความทุ่มเทของผู้บริหารแต่ละท่าน

ทั้งนี้ นอกเหนือจากค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินแล้ว บริษัทยังไม่มีการให้สิทธิประโยชน์อื่นใดแก่กรรมการ

ค่าตอบแทนรวมของคณะกรรมการบริษัท ในปี 2559 ถึง 2561 ดังนี้

กรรมการ
ปี 2559
ปี 2560
ปี 2561
เบี้ย ประชุม (บาท)
เบี้ย กรรมการ รายปี (บาท)
โบนัส (บาท)
เบี้ย ประชุม (บาท)
เบี้ย กรรมการ รายปี (บาท)
โบนัส (บาท)
เบี้ย ประชุม (บาท)
เบี้ย กรรมการ รายปี (บาท)
โบนัส (บาท)
1. นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน
75,000
130,000
-
120,000
130,000
625,000
100,000
130,000
625,000
2. นายตัน เล เยน
-
-
-
-
-
-
-
-
-
3. นายสิงหะ นิกรพันธุ์
160,000
130,000
312,500
200,000
130,000
312,500
220,000
220,000
312,500
4. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
185,000
150,000
312,500
185,000
150,000
312,500
205,000
150,000
312,500
5. นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน
-
-
-
-
-
-
160,000
180,000
-
6. นางสาวฉวน หยี่ เฉียน
-
-
-
60,000
50,000
-
80,000
50,000
312,500
7. นายนิพัทธ์ จำรูญรัตน์
125,000
100,000
312,500
85,000
100,000
312,500
45,000
-
312,500
8. ดร. ธรรมนูญ อานันโทไทย
240,000
220,000
312,500
240,000
220,000
312,500
65,000
-
312,500
9. นายเฮง ฮอค เคียง
100,000
50,000
312,500
-
-
312,500
-
-
-
รวม
885,000
780,000
1,562,500
890,000

780,000

2,187,500
875,000
730,000
2,187,500

หมายเหตุ ไม่มีค่าตอบแทนอื่น นอกจากค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินข้างต้นนี้

ค่าตอบแทนผู้บริหาร

ค่าตอบแทนผู้บริหารที่มีรายชื่ออยู่ในคณะผู้บริหาร ในปี 2559 ถึง 2561 ดังนี้

ค่าตอบแทน
ปี 2559
ปี 2560
ปี 2561
จำนวนราย
จำนวนเงินรวม (บาท)
จำนวนราย
จำนวนเงินรวม (บาท)
จำนวนราย
จำนวนเงินรวม (บาท)
เงินเดือนและโบนัส
11
31,913,091
9
34,463,536
9
36,085,316
รวม
11
31,913,091
9
34,463,536
9
38,085,316

ค่าตอบแทนอื่นๆ ที่เป็นตัวเงิน

บริษัทได้เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับกองทุน ซึ่งจดทะเบียนแล้วตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยพนักงานจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราร้อยละ 5 - 12 ของค่าจ้าง และบริษัทจ่ายสมทบอีกส่วนหนึ่งตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทมีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการควบคุมและการใช้ข้อมูลภายในอย่างรัดกุม โดยเฉพาะข้อมูลแสดงฐานะทางการเงินของบริษัทก่อนที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน บริษัทมีนโยบายและวิธีการดูแลผู้บริหารและพนักงานในการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้ เพื่อประโยชน์ส่วนตน ดังนี้

  1. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว ใช้ข้อมูลภายในเพื่อทำการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัท ก่อนที่ข้อมูลนั้นจะถูกเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบโดยทั่วถึงกัน โดยเฉพาะในช่วง 30 วันก่อนที่งบการเงินของบริษัทจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชน นอกจากนี้ ภายหลังจากที่ข้อมูลได้ถูกเผยแพร่แล้ว บุคคลข้างต้นห้ามไม่ให้มีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทจนกระทั่งประชาชนที่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวได้มีเวลาประเมินข้อมูลที่ได้รับในระยะเวลาพอสมควรแล้ว (7 วัน นับแต่วันที่เผยแพร่)
  2. ให้ความรู้แก่กรรมการ และผู้บริหาร ที่มีหน้าที่ที่จะต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เกี่ยวกับการรายงานการถือหลักทรัพย์ของบริษัทต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 และบทกำหนดโทษตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) รวมทั้งการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของตน คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 246 และบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 298 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) หากมีการกระทำการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะดำเนินการทางวินัยเพื่อพิจารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณี เช่น ตักเตือนเป็นหนังสือ ลดค่าจ้าง พักงาน เลิกจ้าง เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์

บริษัทกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง และผู้ดำรงตำแหน่งสูงกว่าหรือเทียบเท่าผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท จะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยในรอบปีที่ผ่านมากรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงได้รายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตน ดังนี้

ชื่อ - สกุล
ตำแหน่ง
จำนวนการถือหุ้น IFS ของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
การถือครองหลักทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561
(%)
การถือครองหลักทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560
จำนวนหุ้น เพิ่ม (ลด) ระหว่างปี
กรรมการ
นายตัน ไห่ เหล็ง ยูจีน
ประธานกรรมการ
-
-
-
-
นายสิงหะ นิกรพันธุ์
กรรมการอิสระ รองประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบ
-
-
-
-
นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ
105,000
0.02
105,000
-
นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน
กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ
-
-
-
-
นางสาวฉวน หยี่ เฉียน
กรรมการ
-
-
-
-
นายตัน เล เยน
กรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
210,000
0.04
210,000
-
ผู้บริหารระดับสูง
นายกันตภณ กิตติศิริประเสริฐ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและบัญชี
-
-
-
-
นายปากน้ำ สาระกุล
ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
105,005
0.02
105,005
-
นางสาวขวัญใจ แซ่ไหล
ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายปฏิบัติการ
-
-
-
-
นางเพ็ญศรี เพชรทอง
หัวหน้า ฝ่ายการเงินและบัญชี
-
-
-
-
นายยุทธชัย ศิริพรรณพงศ์
หัวหน้า ฝ่ายพัฒนาสินเชื่อ บุคคลและธุรการ
-
-
-
-
นายกำพล ดั่นเจริญ
หัวหน้า ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
1,050
0.0002
1,050
-
นางณัฐสรัญ พุ่มพิเชฏฐ์
หัวหน้า ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ทีม 1
3,005
0.0003
3,005
-
นายมีชัย วัชรโสตถิกุล
หัวหน้า ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ทีม 2
-
-
-
-

ทรัพยากรบุคคล

บุคลากร

จำนวนผู้บริหารและพนักงาน ในปี 2561 บริษัทมีบุคลากรทั้งสิ้น 85 คน แบ่งตามสายงานต่างๆ ดังนี้

ประเภท
จำนวนพนักงาน
ผู้บริหาร
9
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
18
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ
17
ฝ่ายปฏิบัติการ
25
ฝ่ายการเงินบัญชี
3
ฝ่ายกฎหมาย
2
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เลขานุการ และกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
1
ฝ่ายพัฒนาสินเชื่อ / บุคคลและธุรการ
9
เลขานุการผู้บริหาร
1
รวม
85

ทั้งนี้ ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนพนักงานอย่างมีนัยสำคัญและไม่มีข้อพิพาททางด้านแรงงานใด ๆ

ผลตอบแทนรวมและลักษณะผลตอบแทนที่ให้กับพนักงาน (ไม่รวมกรรมการ และผู้บริหาร)

ลักษณะผลตอบแทน
ปี 2559 (บาท)
ปี 2560 (บาท)
ปี 2561 (บาท)
เงินเดือน / ค่าจ้าง โบนัส
41,311,918
47,301,105
52,070,111
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงาน
10,333,854
13,324,493
16,537,534
รวม
51,645,772
60,625,598
68,607,645

นโยบายในการพัฒนาบุคลากร

บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาความรู้ และความสามารถของพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คุณภาพของการให้บริการ โดยได้จัดให้มีการฝึกอบรม การสัมมนาโดยบุคคลทั้งจากภายในและภายนอกที่จำเป็นต่อพนักงานโดยรวมและรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงาน รวมทั้งมีนโยบายในการให้ผลตอบแทนกับพนักงานในอัตราที่เหมาะสมเพื่อจูงใจและรักษาให้พนักงานทำงานกับบริษัทในระยะยาว และนอกจากนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมเพื่อสานสัมพันธ์พนักงานเพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับหลักการกำกับดูแลกิจการ โดยนำหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2555 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบททางธุรกิจของบริษัท เพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน และเพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ และให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป